เหมือนว่างเนอะ? งานกองพะเนิน มานั่งชิวเขียนรีวงรีวิวโน่นนี่นั่น

               งานห้องข่าวฯตัดยัง? ก็ยังวิจัยทำยัง? ก็ยัง...

                แล้วเอ็งนั่งชิวทำไมเนี่ย?

                ก็มันขี้เกียจ...

                (ไป ตาย - ซะ!)

 

                ความจริงคือข้าพเจ้าเป็นจำพวกอารมณ์ไม่มาปัญญาไม่เกิด เลยนั่งชิวมาเป็นสัปดาห์แล้ว 5555+ จะน้ำตาตกก็เพราะอย่างนี้แหละ ช่วงนี้เกิดอาการพวนคิดถึงเพลงเก่าๆขึ้นมา เลยตามเซิร์จเล่นๆ และปรากฏว่าชื่อแรกที่เข้ามาในหัวสมองคือชื่อของดัง พันกร...

                ถูกต้องค่ะ ข้าพเจ้าเป็นแฟนคลับเดนตายของดัง

                (จะเรียกพี่เขาก็อาวุโสกว่าเยอะอยู่ จะเรียกน้าก็ลามปาม จะเรียกเฮียก็ตะขิดตะขวนใจ จะเรียกเจ๊...ยัง มาดแกยังไม่เจ๊เท่าไหร่

                เรียกดังเฉยๆไปก่อนแล้วกัน^^”

วุ่นวายเนอะ แค่นี้เอง)

อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนแรกๆที่ชื่นชอบดัง พันกร แต่ก็ชอบแกมาได้นานพอที่จะเรียกว่าเดนตาย...แม้ว่าจะมีบางช่วงที่แกแอบแรง(ไม่แอบล่ะ แรงโคตรๆ- -“) จนข้าพเจ้าสะอึกอือหือ และติดสตันไปอีกร่วมปี บวกกับบางช่วงที่ชีวิตมหาลัยยุ่งยากเหลือแสน เลยไม่ได้ติดตามงานบันเทิงใดๆแม้แต่ทีวีก็ไม่ได้ดูสักวัน...เหมือนกับว่าเส้นทางของดังและเส้นทางของฉันค่อยๆแยกห่างกันไปตามกาลเวลา...

แต่วันนี้ฉันก็ยังฟังเพลงของดังอยู่

อัลบั้มล่าสุดของพี่แก(ซึ่งออกตั้งกะธันวาปีที่แล้ว...เพิ่งได้ซื้อตอนมีนาปีนี้ คิดดู) ข้าพเจ้าก็ไปสอยมาละเลียดหูอีกครั้ง สามปีแล้วตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมา ฉันยังไม่เคยซื้อซีดีเพลงสักครั้ง (หนักไปทางหนังมากกว่า) พูดตรงๆว่าอัลบั้มนี้ยังไม่ได้ฟังดีๆเลยว่ามันไพเราะอะไรยังไงแค่ไหน ตั้งใจฟังอยู่เพลงเดียวคือเพลงโปรโมท ถ้าวันนั้น (ซึ่งเพราะดี ประทับใจ 555+) เหตผลหลักๆที่ซื้อไม่มีอะไรมาก เพราะมันคืออัลบั้มครบ 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรีของดัง พันกร

ฉลองศรัทธาแฟนคลับเดนตายด้วยวีซีดีคาราโอเกะ ของแท้แน่นอน เป็นแผ่นแรกในรอบ 3 ปี...

ทันทีที่เริ่มแกะซองพลาสติก ความรู้สึกเก่าๆมันเริ่มกลับมา...ความรู้สึกตอนที่แกะซองคาแถมตัวหนังสือสีน้ำเงินของอาร์เอสโปรโมชั่น ตั้งแต่สมัยตลับซีดีหนากว่าเหรียญสิบไม่กี่มิลมันกลับมาให้เราสัมผัส ความตื่นเต้นแบบเดิมๆ ความดีใจแบบเดิมๆ หรือแม้กระทั่วงอาการที่เราต้องวิจิตรบรรจงแกะซีดีออกมาจากกล่องเพราะกล่องแข็งแรงมากจนอาจจะหักได้เพราะหายใจรดก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่อีกหลายสิ่งเปลี่ยนไป...ตัวฉันเปลี่ยนไป ตราบริษัทเปลี่ยนไป สถานที่ในการฟังก็เปลี่ยนไป แม้กระทั่งคนในปกเทปก็เปลี่ยนไป แต่ความสุขก็ยังเป็นความสุข

เรียบง่าย สวยงาม ไม่ต้องการอะไรมากมายเช่นเดิม...

ขณะที่ฉันเปิดโปรแกรมและนั่งรอคอมปุโรทั่งของฉันจัดการตัวมันเอง ฉันรำลึกถึงชายหนุ่มในวันวาน...คนที่ยิ้มหวาน ตาสวย แบบที่ยังไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกมาตลอดสิบปี พูดไปก็ขนลุก ฟังดูน้ำเน่าแต่เป็นเรื่องจริง ฉันยังไม่เคยเห็นใครมีแววตาที่น่าสนใจแบบคนๆนี้

คนที่ใครๆก็รู้ว่าแอคติ้งด้านการแสดงห่วยแตกยับเยิน (ถึงได้ไม่ได้เล่นหนังเล่นละครกะชาวบ้านเขาสักที) แต่สายตาพูดได้มากกว่าสีหน้า มากกว่าคำพูด

ดังในช่วงออกอัลบั้มแรกๆไม่เคยหลบกล้อง ไม่เคยหลบสายบตา

เขาเป็นคนติดแว่นดำ อันนี้เข้าใจว่ามีโรคประจำตัวอยู่คืออาการแพ้แสงแบบอ่อนๆ ทำให้จำเป็นต้องใช้จนเป็นความเคยชิน แต่ดังในวันก่อน...น้อยมากที่เขาจะมองกล้องผ่านเลนส์สีทึบๆพวกนั้น ภาพที่เห็นบ่อยคือการประสานสายตากับกล้อง อาจจะไม่ค่อยยิ้ม แต่ก็ไม่หลบตาไปไหน ราวกับท้าทายให้คนทั้งโลกเข้ามาพิสูจน์ตัวตนของเขา และหากมีรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นคือรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

เป็นยิ้มซื่อๆ ยิ้มที่น่ารัก ยิ้มแบบหนุ่มน้อยที่เล่นกีต้าร์จบเพลงเป็นครั้งแรก หรือมีรักเป็นครั้งแรก

สัญลักษณ์ของความทะเยอทะยาน แววตาของความดื้อรั้น ความดื้อรั้นที่มีเป้าหมาย...บ่งบอกว่าเขามีพลังมหาศาล และเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะทำอะไรบ้าง ฉันไม่แปลกใจเลยที่ทั้งสายตาและรอยยิ้มแบบนั้น สะกดคนให้หลงไหล หลงรักเขาได้มากมายมหาศาล

ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

สารภาพตามตรงอีกเช่นเดิมว่าฉันไม่ได้ชอบดังตั้งแต่อัลบั้มแรก แต่มาติดใจเอาอัลบั้มที่สอง...ภาพ MVเพลงส่องไฟขึ้นฟ้าทำให้ฉันนั่งดูด้วยความสนอกสนใจ จนถึงวันนี้ MV เพลงนี้ก็ยังเป็น MV ในดวงใจอันดับหนึ่งเสมอ มา ทั้งเสียงร้องส่งอารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเพลงที่ทำให้ฉันรำพันกับตัวเองว่า โห...มันคิดได้ไงวะ และเมื่อขึ้นไตเติ้ลจบ โผล่มาเป็นชื่อของพันกร บุญยะจินดา...

ฉันถึงกับสะดุ้งลุกขึ้นยืน โอ้ว ไอ้นี่เหรอวะ นังร้องในตำนานที่ผู้คนเล่าขาน...(ว่าไปนั่น)

ฉันใช้เวลาแค่ 4 นาทีในการชอบนักร้องคนนี้ แต่ 10 ปีผ่านไป สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่....

ฉันย้อนกลับไปติดตามอัลบั้มแรก แล้วก็นึกเจ็บใจตัวเองว่าไปทำอะไรอยู่ถึงได้ไม่รู้จักคนๆนี้...ติดตาม ติดตาม และติดตามเรื่อยมา ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นพัฒนาการมากมาย ทั้งที่ดีขึ้นและทั้งที่รู้สึกทะแม่งๆ...ดังก็เหมือนนักร้องคนอื่นๆ ที่ต้องหาตัวตนของตัวเองให้เจอ พยายามไม่ย่ำอยู่กับที่ แหวกทางหาอะไรใหม่ๆไปเรื่อยๆ และด้วยตัวตนของดังเองฉันไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเลือกเดินไปแบบนั้น เขาเป็นคนชอบไฟท์อยู่แล้ว อะไรว่าเสี่ยงอะไรว่าบ้า หากมีช่องให้เขาทำนิดเดียวมีหรือเขาจะพลาด...

สองสามอัลบั้มหลัง (ที่ฉันติดสตันไปนี่แหละ) พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุณอย่าคิดว่าคุณจะคาดเดาสิ่งที่คนๆนี้ทำได้

พวกดื้อเงียบนะนั่น หน้าสงบนิ่งจิตปฏิวัติ...

แต่หลังๆนี่แหละที่ฉันเห็น บางอย่าง ที่เปลี่ยนไป...ดังเหนื่อยหน่ายที่จะ อธิบาย ให้คนทั้งโลกฟังเสียแล้ว

อาจเพราะเขาอาวุโสขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น มีเจ็บปวดมีผิดหวังกับความฝันของตัวเองมากขึ้น แววตาของเขาอ่อนแสงลง รอยยิ้มใสซื่อของหนุ่มน้อยถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแบบนักธุรกิจ เขาเลือกที่จะหลบหลังม่านแก้วสีเข้มนั้นมากขึ้น  สายตาที่เคยไฟท์กับกล้องอย่างตรงไปตรงมา ฉันเริ่มเห็นปฏิกิริยาเบนสายตาออกจากกล้องอย่างมีเจตนาชัด

เริ่มเห็นความเหม่อลอยในสายตา เริ่มมีคราบของน้ำแข็งแห่งอารมณ์...ดวงตาที่เคยเล่าอะไรหลายอย่างให้ฟัง ตอนนี้เริ่มเลือนลางอ่อนแสง

ลุคข้างนอกฉันพอทำใจได้ แต่แววตาของเขาเป็นสิ่งที่ฉันเสียใจที่สุด เสียดายที่สุด...อะไรหนอที่ฆ่าหนุ่มน้อยคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักให้หลับไหลไปเสียแล้ว

ต้องมีอะไรที่มากกว่า เวลา”…ฉันมั่นใจ

***

ถ้าเปรียบเพลงของดังคือชั้นเชิงมวย ยุคแรก ( 3-4 อัลบั้มแรก) ดังจะออกแนวไฟท์แหลก บวกเป็นบวก ชนเป็นชน จังหวะมวยไม่มีอะไรพิเศษแค่พื้นฐานธรรมดา แต่ชกมันส์ เพราะยังสด ยังแรงอยู่...เพลงเขาจะฟังง่าย เป็นป็อปร็อกดาดๆ(ถ้าเทียบกับสมัยนี้)ไม่มีลูกเล่นอะไรมาก ป็อปร็อปเพียวๆ ร้องซื่อๆ เทคนิกการร้องก็เฉยๆ แต่พลังเสียงดีมาก และยังเป็นมาตรฐานอยู่จนทุกวันนี้

แล้ว ทุกวันนี้ ที่ว่าล่ะ

มวยเจ้าสังเวียนไงล่ะ...ดังไม่ใช่นักมวยอัจฉริยะที่ต่อยน็อคมันทุกไฟท์ ก็มีรอบที่ชนะแต้มมั่ง แพ้มั่ง โดนน็อกมามั่งเหมือนกัน ดังนั้งหลังๆมา เราจะเห็นเขากลายเป็นมวยจังหวะแทน...ชกแล้ววนหนี โชว์สายตา รุกแบบไม่ซ้ำสไตล์ ลีลาน่าสนใจแต่ไม่เอาตัวเข้าแลก การ์ดแน่นปึก

มันก็ดูสนุกในแบบนั้นน่ะแหละ แต่แฟนคลับรุ่นเก่าๆอาจจะบ่นงึมงำ โว้ย ชกไม่มันส์เลยโว้ย...

เพลงของดังก็เหมือนกัน หลังๆเขาเน้น สไตล์ มากกว่า พลัง...มันโตขึ้นจริง ดีขึ้นจริง มีคุณภาพขึ้นจริง แต่มันไม่ ถึง ในความรู้สึกแบบแต่ก่อน

ไม่ผิดหรอก แค่แอบเสียดายเบาๆ...

แล้วอัลบั้มล่าสุดนี่ล่ะ ?

ดี...ดีแบบ...อย่างน้อยเขาก็ลดการ์ดลงมาแล้วล่ะ^^”

เหมือนจะสูงสุดสู่สามัญ สุดท้ายเขาก็วนกลับมาที่ป็อปร็อกหนักๆเหมือนเดิม 5555+ แต่ยังไม่ทิ้งลูกไม้ ลีลาที่สั่งสมมาตลอดทาง ทำให้ยังแอบมีลายประสานแปลกๆ จังหวะ ทำนองแบบลูกครึ่งตระกูลบลูมั่ง ดิสโก้มั่ง โน่นมั่งนี่มั่งตามประสา เริ่มกลับมาเล่นพลังเสียง เล่นกับความเป็นร็อคจริงๆ แม้จะไม่เข้มข้น แต่ก็ดีกว่าทุกครั้ง

ผสมไปผสมมา ชุดนี้เพราะแฮะ เพราะทุกเพลงเลยให้ตายสิ^^”

***

เนื้อหาล่ะเป็นไง?

ดังไม่เคยเป็นนักร้องที่ใช้เพลงในการวิพากษ์สังคม (มีก็แบบเจือจางจืดจางเต็มที่) สิ่งที่เขาเป็นคือศิลปินที่ถ่ายทอดความรู้สึก ไม่ใช่แนวความคิด เขาเป็นอย่างนั้นมาตลอด 10 ปี...เป็นตัวของตัวเอง ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่เขา

แล้วเพลงของเขาเป็นยังไง?

พูดถึงความรักธรรมดา ผิดหวังธรรมดา ความหวังแบบธรรมดา ความฝันแบบธรรมดา...ยิ่งอัลบั้มล่าสุดนี่ฉันแอบจับเนื้อหาไปเทียบกับอัลบั้มแรก พบว่าไม่ได้เล่าเรื่องต่างกันมากนัก

วนกลับมาที่เดิมเหรอ? ก็อาจใช่ ไม่พัฒนาเหรอ? ก็อาจใช่

แต่ฉันกลับเชื่อว่าเพราะความรัก จริงๆมันมีอยู่เพียงแค่นั้น องค์ประกอบอาจต่างกันมากมายแต่เนื้อแท้มีอยู่เพียงเท่านั้น

และเขาก็แค่ถ่ายทอดในสิ่งที่ตัวเองเข้าใจ แค่นั้นเอง

ฉันฟังเพลงอัลบั้มล่าสุดนี้เหมือนนั่งฟังเพื่อนคุยในวงเหล้า...ฟังทะแม่งใช่ไหม? แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะประสบการณ์ของฉันนั้นได้พบเจอความ อ่อนไหว ความเป็น ศิลปิน อยู่ในวงเหล้ามากมาย เมื่อสุราเข้าปาก อีโก้เริ่มหาย กำแพงอารมณ์ทลาย ทุกคนก็พร้อมที่จะพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมา

บางทีก็เป็นคำเรียบง่าย บางทีก็เป็นคำแรงจนสะอึก บางทีก็เป็นบทกวีสวยงาม

เพลงของดังให้ความรู้สึกแบบนั้น

การกลับมาฟังเพลงของดัง พันกร อย่างตั้งอกตั้งใจในครั้งนี้ก็เหมือนการชวนเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันมานานมาตั้งวง ในอดีตที่เราเคยร่ำสุรากับเขาเขาอาจจะเป็นคนโผงผาง ชงอะไรมากินได้หมด หงษ์ทอง เบลน128 อีสานเบียร์ไม่มีเกี่ยง เทใส่แก้วพลาสติกถูก กินกันง่ายๆ พร่ำถึงความรักที่กลายเป็นความทรงจำสวยงาม หรือที่ไม่เคยได้รักตอบ ความรักที่ไม่ต้องการการตอบแทน ความรักที่กลายเป็นอดีตที่ไม่จำเป็นต้องลืม ปัญหาชีวิตเชี่ยๆเน่าๆบางเรื่องที่คนอื่่นอาจเอามาพูดคุยอย่างซีเรียส แต่เขากลับโยกไปโยงมากลายเป็นเรื่องง่ายๆขำขันไปเสียอย่างนั้น นิยามความรักกับอย่างพินิจพิเคราะห์ ได้คำที่บ้างก็ทื่อๆทึ่มๆ บ้างก็เป็นกวีล้ำลึก จบลงด้วยการเมาแอ๋แต่ได้อะไรกลับไปคิดมากมาย เรายังคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นอยู่ แต่กับเวลาที่ผ่านไป การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา...ถึงเราจะชวนคนๆเดิมมา ก๊งเหล้า ด้วยกันอีกครั้ง แต่สิบปี ไม่ว่าอะไรก็ต้องเปลี่ยน

...เขาไม่ใช่หนุ่มเซอร์คนเดิมอีกแล้ว...

...เหล้าที่เขาหิ้วมา ไม่ใช่หงษ์ทอง หรือเบลน128 หรืออะไรที่เคยกินกันง่ายๆแบบในอดีต...

...แถมไม่ได้ชงโซดาน้ำอย่างเดียวเมาถึงเช้าเหมือนเมื่อก่อนอีกต่างหาก...

...แก้วไฮโซขึ้นตามวัยที่ผ่านไป...

แต่ทันทีที่นั่งลง เปิดขวด รินสุราผ่านน้ำแข็ง คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็คือคนเดิม คนที่พูดถึงความรักเหมือนเดิม ยิ้มกับเรื่องราวในอดีตเรื่องเดิมๆ วิพากษ์ทัศนคติเกี่ยวกับความรักในหัวข้อเดิม แม้ความคิดเปลี่ยนไป แต่ปัญหาก็ยังเป็นปัญหาเดิม

หลายอย่างผันเปลี่ยน หากหัวใจยังคงเดิม

...และฉันก็ได้คำตอบ ว่าหนุ่มน้อยคนนั้นที่ฉันภูมิใจ เขาไม่ได้หายไปไหนเลย

ไม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว...

 

ปล. ยิ่งเพลงสุดท้ายนี่เหมือนเมาแอ๋กันไปเรียบร้อยแล้วล่ะ หลังจากก๊งกันมาทั้งอัลบั้ม แต่ฉันชอบนะ ฟังดู เมาๆ ดี^^

โดดๆ ปายก็โจบบบ โจบชีวิตตายไปซะก็ดี โจบๆ ปายซ้าที ถูกหักหลังครั้งนี้มีแต่อยากตายยยยยยย

เฮ้ย ชนแก้ เฮ้~~~

^^

 

นี่คือลิ้งค์ที่ให้ลองฟัง Time walker ทั้งอัลบั้มค่ะ

http://xn--l3cmaa5clbb7i4ef9b4dwb.zheza.com/station.php?m=detail&id=Dunk

ของคุณลิ้งค์จาก : www.covershare.com

                             www.siamdara.com

                       reechnut.bloggang.com

                      http://www.slide.com

                       www.zheza.com

 

edit @ 6 Mar 2009 04:14:37 by marvolo

edit @ 6 Mar 2009 04:23:02 by marvolo

edit @ 6 Mar 2009 04:25:17 by marvolo

edit @ 6 Mar 2009 04:52:00 by marvolo (มาลบเพลงออกค่ะ รำคาญ^^")

edit @ 7 Jun 2009 13:31:57 by marvolo

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบเพลง ถ้าวันนั้น โรแมนติกมากก

#1 By แม่พุดจีบ on 2009-03-06 04:30

เปรียบเพลงเป้นเมรัย ฟังดูง่ายดายและสมเป็นMC ดี ฮาาา

ก่อนจะได้อ่าน ได้เมนท์ สิ่งแรกที่ได้สัมผัสจากเอนทรีย์นี้คือเสียงเพลงที่คุ้นรูหูอย่างประหลาด

อืม สูงสุดสู่สามัญจริงๆสินะ

รู้สึกตกใจนิดหน่อยที่รู้ว่าครบสิบปีแล้ว...นานเป็นบ้า นานพอๆกับการเป็นสาววายของฉันแน่ๆ (ฮา) ปลาบปลื้มคนๆนี้อยู่ไม่น้อยในฐานะนักร้องที่เสียงดี มีเอกลักษณ์ และชื่นชอบสายตาคมๆที่มองตรงๆจากหลังแว่นสีชา....

ที่ตอนนี้คงไม่ตรงไปตรงมาเหมือนหนุ่มน้อยที่ฉันจำได้อีกแล้ว...

เรื่องเพลงคิดว่าไม่ต้องอะิบายอะไรให้มากความ ก็นั่งฟังมันด้วยกันอยู่ ติดสตันพร้อมๆกันอยู่ สุดท้ายที่จำได้คือชอบอัลบั้มไฟร์เออร์มาก หลังจากนั้นก็บูม สิบปีผ่านไป

นานเป็นบ้า (รอบสอง)

เป็นเอนทรีย์บอกความแก่ของทั้งคนเขียน คนที่เขียนถึง และคนคอมเมนท์ดีเหมือนกัน ฮา ยาวสมศักดิ์ศรี 10 ปี ละอียดอ่อนสมเป็นการบอกรัก (ฮา)

หรือไม่ก็มากพอที่จะทำให้ตกหลุมรักอีกครั้ง

เอาล่ะ ก่อนที่จะเพ้อเจ้อเลอะเทอะกว่านี้ ขอจบลงก่อนดีกว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกอ่อนไหวแปลกๆ คอมเมนท์ก็เลยดูแปลก

หรือว่าจะเป็นเพราะเมาเพลงรัก?

#2 By [WINDY] on 2009-03-10 16:09

ชอบดังตั้งแต่ครั้งแรกนะเป็นของแปลกมากฉีกแนวRSนะแบบว่าเท่ห์มากไม่เหมือนใครดี เพลงที่ชอบมากเพลงหญิงเดียวในดวงใจชอบแนวแปลกดีถึงตอนหลังเพลงดังอาจไม่ติดหูแต่ก็ยังเป็นตัวเองเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให่พี่ดังเสมอ เคยจดหมายไปหาดังด้วยตลกมากรอจดหมายตอบกลับทุกวัน แฟนคลับคนเดิม

#3 By jumy (58.8.133.186) on 2009-08-28 00:21